ทำอย่างไรให้ SME ขอกู้ผ่านได้ง่าย ??

668
ทำอย่างไรให้ SME ขอกู้ผ่านได้ง่าย

ทำอย่างไรให้ SME ขอกู้ผ่านได้ง่าย ??

เมื่อทำธุรกิจ SME ถึงระดับหนึ่ง และถึงคราวที่จะต้องมีการขยับขยายธุรกิจให้ใหญ่ขึ้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้สูงขึ้น ก็จะต้องใช้เงินทุนในการดำเนินการ อย่างไรก็ตามการเพิ่มเงินทุนนั้นอาจจะทำให้คุณจำเป็นจะต้องกู้เงินจากสถาบันการเงิน หรือธนาคาร สำหรับบทความนี้จะมาแนะนำวิธีในการยื่นขอกู้สำหรับ SME ว่าทำอย่างไรจึงจะเพิ่มโอกาสในการกู้เงินให้ผ่านโดยง่ายกันครับ

บัญชีเงินฝาก ต้องสวยไว้ก่อน จัดเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ทำให้ ธนาคารมองเห็นถึงความน่าเชื่อถือของธุรกิจของคุณ ซึ่งจะช่วยทำให้ธุรกิจของคุณดูมีความน่าเชื่อถือเพิ่มโอกาสในการอนุมัติเงินกู้ขึ้น ดังนั้นสิ่งที่ธุรกิจจะต้องทำก็คือการเดินบัญชีให้สวยๆ เข้าไว้ หรือก็คือการให้เงินผ่านบัญชีอยู่เสมอนั่นเอง แม้ธุรกิจจะมีรายได้เป็นเงินสด แต่เจ้าของธุรกิจ ก็ควรจะเอาเงินส่วนนั้นมาเข้าบัญชีเป็นประจำ เพื่อให้บัญชีมีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอด หรือจะรับชำระสินค้าบริการ ผ่านทางการโอนเข้าบัญชีธนาคารโดยตรงก็ได้เช่นกัน นอกจากนั้นแล้วควรหลีกเลี่ยงการถอนเงินในบัญชีจนหมดด้วยนะครับ

ประวัติทางการเงิน หรือเครดิตต้องดีไว้ก่อน แน่นอนว่าเครดิตทางการเงินนั้นเป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะสงผลอย่างมากต่อการอนุมัติเงินกู้ให้กับ SME ซึ่งประวัติทางการเงินนั้นหมายถึงของธุรกิจ เจ้าของ และหุ้นส่วนด้วย ซึ่งการทำเครดิตทางการเงินให้ดีนั้น ควรหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ต่างๆ การเบี้ยวชำระหนี้ ตลอดจนการมีวินัยในการใช้บัตรเครดิต และสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างมากคือการระมัดระวังการจ่ายเช็คคืน หรือเช็คเด้ง ซึ่งจะส่งผลอย่างมากต่อเครดิตการเงินของธุรกิจ เพราะเมื่อไหร่ที่มีเช็คเด้งเกิดขึ้น มันจะสื่อถึงสภาพการเงินของธุรกิจ ที่กำลังอยู่ในช่วงย่ำแย่ ขาดสภาพคล่องอย่างหนักนั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าธนาคารคงไม่เสี่ยงปล่อยกู้ให้คุณเป็นแน่ แต่ถ้าธุรกิจของคุณ เจ้าของแลหะหุ้นส่วนมีเครดิตทางการเงินที่ดีอยู่แล้ว รับรองได้เลยว่ากู้ผ่านได้ไม่ยาก

เอกสารทางการเงิน เช่นพวกใบเสร็จ สำเนาใบกำกับภาษี บัญชีซื้อขาย และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเงินของธุรกิจนั้นให้เก็บรักษาเอาไว้ เพราะมันจะเป็นตัวช่วยในการอนุมัติเงินกู้ของสถาบันการเงินและธนาคารได้ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีการเดินบัญชีไม่สวย หรือไม่มีรายได้ผ่านทางบัญชีธนาคารก็สามารถใช้เอกสารทางการเงินเหล่านี้ ประกอบกับเอกสารขอกู้ เพื่อยืนยันว่าธุรกิจนั้นมีรายได้เข้ามาจริงๆ อย่างไรก็ตามการเก็บเอกสารเหล่านี้ จะต้องมีการเก็บเอาไว้เป็นหมวดหมู่ เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานด้วย

ให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนกับธนาคารเสมอ SME หลายๆ คนนั้นกลัวว่าเมื่อให้ข้อมูลกับธนาคารไปแล้ว อาจจะทำให้ความลับทางธุรกิจรั่วไหลได้ จึงไม่ได้ให้ข้อมูลที่ครบถ้วน หรือตรงตามความเป็นจริงแก่ธนาคาร ซึ่งจะส่งผลทำให้ธนาคารมองว่าคุณไม่มีความน่าเชื่อถือ (เพราะธนาคารจะสามารถตรวจสอบข้อมูลของธุรกิจคุณได้เสมอ) และส่งผลทำให้โอกาสในการอนุมัติเงินกู้นั้นลดลง เพราะธนาคารก็ไม่อยากเสี่ยงกับธุรกิจของคุณเช่นกัน

– การขอสินเชื่อเพื่อ SME นั้น การใช้หลักประกันในการค้ำประกันเงินกู้ เป็นวิธีที่ดีที่สุดและทำให้มีโอกาสในการอนุมัติเงินกู้มากที่สุด โดยการกู้นั้นผู้กู้จะต้องเอาทรัพย์สิน เช่น ที่ดิน อาคารพาณิชย์ บ้าน สิ่งก่อสร้าง สำนักงาน โรงงาน ฯลฯมาใช้ค้ำประกันในการยื่นขอกู้ จะได้รับอนุมัติเงินกู้ในวงเงินประมาณ 80-95% ของมูลค่าทรัพย์สินที่ใช้ค้ำประกัน อย่างไรก็ตาม หากไม่มีทรัพย์สินค้ำประกัน ก็อาจจะใช้วิธีการขอกู้แบบไม่ต้องใช้ทรัพย์สินในการค้ำประกันเงินกู้ แต่จะมีเงื่อนไข ความเสี่ยง อัตราดอกเบี้ย จะสูงกว่าแบบค้ำประกัน นอกจากนั้นแล้ว ยังได้รับอนุมัติเงินกู้ในวงเงินที่น้อยกว่าอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ธนาคารไม่ได้มีหลักในการพิจารณาอนุมัติด้วยการมองที่ทรัพย์ค้ำประกันเท่านั้น แต่จะมองที่ความสามารถในการชำระหนี้ของคุณด้วย (รายได้และภาระหนี้สินมีความสมดุลกันหรือไม่) ซึ่งถ้าหากคุณมีความสามารถในการชำระหนี้สูง ก็จะทำให้มีโอกาสในการได้รับอนุมัติเงินกู้สำหรับ SME สูงขึ้นตามไปด้วย